เครื่องตัดอิฐมวลเบา

ตัดแห้งตัดเปียกต่างกันยังไง? 

    การผลิตอิฐมวลเบาระบบ CLC ในท้องตลาดปัจจุบันมีการผลิตอยู่สองลักษณะคือ การหล่อแบบเป็นก้อนโดยการสร้างแบบหล่อในลักษณะเป็นช่องตามขนาดของอิฐ ที่ต้องการ แบบหล่อ 1 ชุดจะออกแบบให้หล่ออิฐได้ตามจำนวนที่ออกแบบไว้ การหล่อแบบเป็นก้อนใหญ่ และ ทำการตัดด้วยเครื่องตัด ตามขนาดความหนาที่ต้องการ

1. ตัดแห้ง
2. ตัดเปียก

กรรมวิธีการหล่อทั้งสองระบบมีข้อดีและข้อด้อยดังนี้

 

รายการ

การหล่อแบบเป็นก้อน

การหล่อแบบการตัด

การลงทุนแบบหล่อ                    

- ต้องลงทุนแบบหล่อมากตามปริมาณที่ต้องการผลิต
- อายุการใช้งานของแบบสั้นเนื่องจากการทำงานต้องมีการทุบเคาะแบบ

-การลงทุนแบบน้อยกว่า เพราะแบบสามารถนำกลับมาเวียนใช้ซ้ำได้ภายใน 2-3 ชม.
-อายุการใช้งานยาวนาน ไม่สึกหรอ

การปรับขนาดความ
หนาของอิฐ

ทำได้ยากเพราะแบบชนิดนี้ถูกกำหนดขนาดความหนาไว้แล้ว

สามารถปรับเปลี่ยนความหนาได้ง่าย โดยการเปลี่ยนเฟรมโครงตัด

การทำงาน

การถอดแบบ , การเก็บอิฐทำได้ยุ่งยากใช้แรงงาน และ เวลามาก

การถอดแบบ , การเก็บอิฐ, การทำความ
สะอาดแบบ ใช้แรงงาน และ เวลาน้อยกว่า

คุณภาพสินค้า

- การหล่อเป็นก้อน ผิวหน้าอิฐจะมันวาว , หรือ อาจมีคราบน้ำมันทาแบบหลงเหลืออยู่ การฉาบทำได้ยากมีปัญหาการกระเทาะ ร่อน
- มิติรูปร่างอิฐขึ้นอยู่กับขนาดและลักษณะของแบบที่สร้างแต่ละชิ้น, ชิ้น ใครชิ้นมัน            

- การตัดด้วยลวดจะทำให้ผิวหน้าของอิฐเกิด ลอนคลื่น และ มีความพรุนพอเหมาะ ต่อการยึดติดของปูนฉาบได้ดี
- มิติรูปร่างอิฐมีลักษณะใกล้เคียงกันทุกก้อน

ต้นทุนการผลิต

- ใช้แรงงานในการทำงานมาก
- ใช้แบบหล่อจำนวนมาก
- การขยายกำลังผลิตทำได้ช้า
- เปลืองน้ำยาทาแบบ

- ใช้แรงงานน้อย
- ใช้แบบหล่อน้อย
- ขยายกำลังผลิตได้เร็วกว่า
- ใช้ระยะเวลาในการตัดหลังหล่อลงแบบ
- สามารถนำแบบวนใช้ซ้ำได้ภายใน 2-3 ชม. 

 

 

Visitors: 44,792